เคล็ดลับ 4 ข้อ ในการเริ่มต้นทำงานเช้าวันจันทร์อย่างมีความสุข

mondaymotivation

เช้าวันจันทร์สำหรับหลายๆคนมันช่างเป็นวันที่ทำให้รู้สึกเซ็งมากถึงมากที่สุด หากคุณเริ่มรู้สึกแย่กับการเริ่มต้นทำงานวันจันทร์ในทุกๆสัปดาห์ นี่อาจเป็นสัญญาณว่างานที่ทำอยู่มันไม่ใช่ซะแล้ว ทางแก้มีอยู่ไม่กี่ทางซึ่งถ้าคุณไม่ลาออกและหางานใหม่ ก็ต้องหาวิธีรับมือกับปัญหาต่างๆที่ทำให้วันจันทร์เป็นวันที่เลวร้ายสำหรับคุณ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ค่ะ
1.หาสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ ไม่ว่าจะเป็นงานที่คุณทำ ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย จากนั้นหาวิธีในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ อย่างเช่น หากคุณรู้ตัวว่าวันจันทร์เป็นวันที่งานยุ่งวุ่นวายมากที่สุด และเจ้านายมักจะอารมณ์เสียได้ง่ายๆ คุณจะต้องหาวิธีในการรับมือกับงานจำนวนมากๆ จัดการงานทุกอย่างให้เป็นระบบ เขียนขั้นตอนในการทำงานอย่างชัดเจนเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องหัวหมุนเมื่องานเข้ามาพร้อมกันทีละมากๆ

2.จัดการงานที่ค้างอยู่ในเสร็จเสียตั้งแต่คืนวันศุกร์ แน่ล่ะ เย็นวันศุกร์คือวันที่คนทำงานทุกคนรอคอย แต่ถ้าหากคุณมีงานสำคัญรออยู่ในสัปดาห์หน้า ต้องพรีเซ็นต์งานหรือส่งรายงานให้แก่ลูกค้าหรือเจ้านาย คุณควรเตรียมทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ เพื่อที่จะได้ใช้เวลาพักผ่อนในวันเสาร์อาทิตย์อย่างเต็มที่ และพร้อมรับกับงานหนักในเช้าวันจันทร์ได้อย่างสบายใจ
3.มองหาสิ่งที่จะทำให้คุณตื่นเต้นและมีความสุขในสัปดาห์หน้า แทนที่จะคิดถึงงานหนักที่รออยู่ เช่น มีนัดทานข้าวกับเพื่อนสนิท ละครหรือซีรีส์เรื่องโปรดที่กำลังจะฉายในสัปดาห์หน้า เป็นต้น
4.ใช้เวลาในวันหยุดให้เต็มที่ และนี่คือเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องเคลียร์งานให้เสร็จภายในวันศุกร์ หลีกเลี่ยงการเช็คอีเมล์งานโดยไม่จำเป็นในช่วงเวลาพักผ่อนคืนวันอาทิตย์ควรเข้านอนให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นในเช้าวันจันทร์อย่างสดใส

เคล็ดลับ 4 ข้อนี้ จะช่วยพลิกฟื้นเช้าวันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็นวันเริ่มต้นทำงานอย่างสดใส เพื่อความสำเร็จและความสุขในการทำงานของคุณค่ะ

ที่มาของภาพ http://www.photl.com

อยากเป็นนักเขียน เริ่มต้นอย่างไรดี

writing

อยากเป็นนักเขียนต้องทำยังไง? ถ้าจะตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยก็คือ ต้องลงมือเขียนซิจ๊ะ ตอบแบบนี้อาจจะทำให้หลายๆคนค้อนผู้เขียนกันเป็นแน่แท้ แต่บางครั้งคำตอบของเรื่องยากๆ ก็เป็นเรื่องง่ายๆแบบนี้แหละค่ะ ผู้เขียนเองก็เป็นคนที่ชอบการขีดเขียนๆมาตั้งแต่เด็ก เพราะชอบอ่านนิทาน บางครั้งนิทานที่อ่านก็สั้นไปไม่จุใจเราเลยต้องมาเขียนเพิ่ม โตมาหน่อยก็เริ่มเขียนนิยาย เขียนเองอ่านเอง ให้เพื่อนอ่านบ้าง บางครั้งก็โดนหาว่าบ้า แต่เพื่อนบางคนก็ใจดีให้คำวิจารณ์ว่าทำไมไม่เพิ่มเรื่องนี้เข้าไป ทำไมนางเอกต้องทำอย่างนี้ ทำให้เราเริ่มคิดว่าการเขียนงานแต่ละชิ้นต้องมีหลักการและเหตุผลมารองรับในการเขียน ถ้าเราอยากเขียนเรื่องให้สมจริงก็ต้องหาความรู้และข้อมูลมาประกอบเพื่อให้งานเขียนของเราน่าเชื่อถือ ซึ่งหลักการเหล่านี้ผู้เขียนก็ได้นำมาใช้กับการเขียนบทความของตัวเองในปัจจุบัน

ดังนั้น ถ้าจะให้สรุปจากประสบการณ์ของผู้เขียน ว่าถ้าอยากจะเริ่มเป็นนักเขียนต้องทำอย่างไร พอจะบอกเป็นแนวทางได้ดังนี้ค่ะ

1.อ่านให้เยอะๆ ตัวผู้เขียนเองเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก อ่านทุกอย่างทั้งการ์ตูน นิยาย นิทาน นิตยสารทั้งด้านสุขภาพ การเมือง วิทยาศาตร์ เพราะคุณพ่อของผู้เขียนเป็นคนชอบอ่าน จึงมีหนังสือที่บ้านเยอะมาก ผู้เขียนก็เลยเคยชินกับการเห็นพ่ออ่านหนังสือและเริ่มอ่านตาม จนติดเป็นนิสัยรักการอ่านมาจนถึงปัจจุบัน การอ่านมากๆจะทำให้เราได้เรียนรู้สำนวน วิธีการเขียนในรูปแบบต่างๆ การใช้คำ ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ในการเขียนของเราได้มากเลยค่ะ

2.ฝึกเขียน การเขียนก็หมือนทักษะอื่นๆที่ต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง แม้แต่นักเขียนที่มีพรสวรรค์ก็ต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นระยะเวลาไม่น้อย ความสำเร็จไม่มีทางลัดค่ะ คุณต้องฝึกฝนอยู่เป็นประจำ การเขียนไดอารี่ประจำวันก็เป็นหลักการฝึกอย่างง่ายๆที่ได้ผลมากค่ะ ผู้เขียนลองมาแล้ว

3.หาความรู้เพิ่มเติม การจะเขียนเรื่องอะไรสักอย่างให้ผู้อ่านเชื่อถือ นักเขียนต้องหาความรู้อ้างอิงที่เชื่อถือได้แล้วนำมาเขียนในสำนวนของตัวเอง เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับงานเขียนของเราค่ะ นอกจากนี้ยังทำให้เราเป็นคนที่มีความรู้กว้างขวาง และมีไอเดียในการเขียนเพิ่มขึ้นด้วย

เหล่านี้เป็นวิธีเริ่มต้นการเป็นนักเขียนอย่างง่ายๆ เพียงแต่ต้องมีความขยันและตั้งใจจริง หนทางการเป็นนักเขียนของคุณก็สามารถเริ่มต้นได้เช่นกันค่ะ

เครดิตภาพ http://www.photl.com